ขั้นตอนที่ 1
ตั้ง Bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้บูตจาก CD/DVD ไดรฟ์

ขั้นตอนที่ 2 : เลือกรูปแบบของการติดตั้ง

รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ และใส่แผ่น Fedora Core 6 ลงไป จากนั้นระบบจะบูตจากแผ่น และขึ้นหน้าจอสำหรับการติดตั้ง Fedora Core 6 ดังรูป ซึ่งจะมีรูปแบบของการติดตั้งอยู่ 2 โหมดด้วยกัน คือ แบบ Graphical กับแบบ Text ในที่นี้เลือกแบบ Graphical คือ กดปุ่ม Enter

Linux Lane

ขั้นตอนที่ 3

ต่อมาระบบจะถามว่า ต้องการตรวจสอบแผ่น CD/DVD ก่อนการติดตั้งหรือไม่ ตอบ Yes ถ้าต้องการตรวจสอบ หรือ ตอบ Skip เพื่อข้ามขั้นตอนนี้ไป

Linux Lane

ขั้นตอนที่ 4

เริ่มต้นสู่การติดตั้ง Fedora Core 6 แบบกราฟิกส์ ( Graphical ) ให้คลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนที่ 5

เลือกภาษาที่จะใช้สำหรับการติดตั้ง ในรูปเลือกเป็น English แล้วคลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนที่ 6

จากนั้นเลือกรูปแบบของคีย์บอร์ด ที่เราใช้อยู่ ให้เลือกเป็น U.S. English จากนั้นคลิก Next

ขั้นตอนที่ 7

ในบางครั้ง ถ้าระบบไม่สามารถอ่านข้อมูลของพาร์ทิชันฮาร์ดดิสก์ได้ ระบบจะถามว่า ต้องการที่จะลบข้อมูลทุกอย่างหรือไม่ ในที่นี้ให้เลือก No เพราะเราจะกำหนดเองทุกอย่างในขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 8

ในขั้นตอนนี้ ระบบจะให้เราเลือกว่า เราจะจัดการกับพาร์ทิชันที่จะติดตั้งอย่างไร ซึ่งมีตัวเลือกต่างๆ ดังนี้

  • Remove all partitions on selected drives and create default layout

    ลบพาร์ทิชันทั้งหมด และสร้างพาร์ทิชันตามที่ระบบตั้งมาให้

  • Remove linux partitions on selected drives and create default layout

    ลบเฉพาะพาร์ทิชันที่เป็น linux และสร้างพาร์ทิชันตามที่ระบบตั้งมาให้

  • Use free space on selected drives and create default layout

    ใช้พื้นที่ ที่เหลืออยู่ และสร้างพาร์ทิชันตามที่ระบบตั้งมาให้

  • Create custom layout

    จัดการกับพาร์ทิชันเอง

ในที่นี้เลือก Create custom layout เพื่อแบ่งพาร์ทิชันเอง จากนั้นคลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนที่ 9

ในขั้นตอนนี้ เราจะเห็นพาร์ทิชันของฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด ในการแบ่งพาร์ทิชัน ควรแบ่งให้เหมาะสมกับระบบที่เราจะติดตั้งเพื่อให้บริการ

ในที่นี้ให้เราแบ่งพาร์ทิชันต่างๆ ให้มีคุณสมบัติดังนี้

จุดเชื่อมต่อ
(Mount Point)

ระบบไฟล์
( File System Type)

ขนาด
(Size MB)

ตัวเลือกเพิ่มเติม
(Additional Size Options)

       /boot

Ext3

128 MB

Fixed size

       /

Ext3

6000 MB

Fixed size

       -

Swap

1024 MB

Fixed size

      /var

Ext3

3000 MB

Fixed size

      /home

Ext3

พื้นที่ที่เหลือทั้งหมด

Fill to maximum allowable size

 

โดยคลิกที่ปุ่ม New แล้วใส่ค่าต่างๆ ตามตารางข้างบน

ซึ่งเมื่อแบ่งพาร์ทิชันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจดูว่า ถูกต้องหรือไม่ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จึงคลิกที่ปุ่ม Next

ขั้นตอนที่ 10

ต่อมา เป็นขั้นตอนของการปรับแต่ง Boot Loader ซึ่งเป็นบูตเมนู ที่สามารถเลือกได้ว่า เราจะเลือกบูตด้วยระบบปฏิบัติการอะไร (ในกรณีที่ติดตั้งหลายระบบปฏิบัติการ) หรือ บูตด้วยเคอร์เนลไหน

เพื่อความปลอดภัย ให้ทำการใส่รหัสผ่านให้กับ Boot Loader โดยคลิกที่ช่อง Use a boot loader password และทำการใส่รหัสผ่านลงไป จากนั้นให้คลิกปุ่ม OK และค่อยคลิกที่ปุ่ม Next

ขั้นตอนที่ 11

จากนั้น มาถึงขั้นตอนของการปรับแต่งระบบเครือข่าย ให้เลือกที่ eth0 แล้วค่อยคลิกที่ปุ่ม Edit

ที่หน้าต่าง Edit Interface eth0 กำหนดค่าต่างๆ ดังนี้

  • เลือก Enable Ipv4 support

  • เลือก Active on boot

  • Ipv4 address ให้ใส่ไอพีที่ต้องการใช้งาน เช่น 192.168.9.1

  • Ipv4 prefix ( Netmask ) ให้ใส่เป็นค่าของระบบเครือข่ายเรา เช่น 255.255.255.0

จากนั้นทำการปรับแต่งส่วนของ Hostname ในที่นี้ใช้สำหรับทดสอบ โดยตั้งชื่อเป็น web.example.com ซึ่งจะตั้งเป็นโดเมนอื่นก็ได้ เช่น web.linuxlane.com เป็นต้น ส่วนค่าอื่นๆ เช่น Gateway , Primary DNS , Secondery DNS ก็ตั้งตามระบบเครือข่ายที่เราใช้งานอยู่

ขั้นตอนที่ 12

ขั้นตอนต่อมา เป็นขั้นตอนของการเลือกประเทศที่เราอาศัยอยู่ ในที่นี้เลือก Asia/Bangkok แล้วจึงคลิกที่ปุ่ม Next

ขั้นตอนที่ 13

จากนั้น มาถึงขั้นตอนของการตั้งรหัสผ่านให้กับผู้ดูแลระบบ ซึ่งก็คือผู้ใช้ root นั่นเอง โดยรหัสผ่านควรมีความยากต่อการคาดเดา เมื่อกำหนดค่าเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม Next

Comment

Comment:

Tweet